เอ็นโซ มาเรสก้า สุดเซ็ง เอฟเอ คัพ ไม่มี VAR ชี้ลูกชัยของไบรท์ตันมาจากแฮนด์บอล ส่งเชลซีตกรอบ

เอ็นโซ มาเรสก้า

การตกรอบ เอฟเอ คัพ รอบ 4 ของ เชลซี ด้วยความพ่ายแพ้ 2-1 ต่อ ไบรท์ตัน ถือเป็นอีกหนึ่งความผิดหวังของทีมสิงห์บลูส์ ซึ่งยิ่งน่าเสียดายมากขึ้นไปอีกเมื่อ เอ็นโซ มาเรสก้า กุนซือของทีมชี้ว่า ไบรท์ตัน ได้ประตูชัยจากการทำแฮนด์บอลของ ทาริค แลมพ์ตีย์ แต่เนื่องจากในรอบนี้ของการแข่งขัน เอฟเอ คัพ ไม่มีการใช้ VAR ทำให้การตัดสินดังกล่าวไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง ซึ่งทำให้ทีมต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

เกมนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่ เชล ซี ได้ประตูขึ้นนำเร็วจากการทำเข้าประตูตัวเองของ บาร์ท แฟร์บรูกเก้น ผู้เล่นของไบรท์ตัน แต่ในครึ่งหลัง ไบรท์ตัน ตีเสมอได้จากการโหม่งของ จอร์จินิโอ รุทแตร์ ก่อนที่ในที่สุด คาโอรุ มิโตมะ จะเป็นผู้ทำประตูชัยให้กับไบรท์ตันในช่วงเวลาที่เหลือของเกม ส่งผลให้ เชลซี ต้องตกรอบเอฟเอ คัพ และไม่มีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม จังหวะที่ทำให้ เอ็นโซ มาเรสก้า รู้สึกโกรธและไม่พอใจคือประตูชัยที่เกิดขึ้นจากการที่ ทาริค แลมพ์ตีย์ ใช้มือโดนบอลก่อนที่จะไปถึง คาโอรุ มิโตมะ ซึ่งตามกฎของฟุตบอลแล้วเป็นการทำแฮนด์บอลอย่างชัดเจน แต่เนื่องจากในรอบนี้ของ เอฟเอ คัพ ไม่มีการใช้ VAR (การตรวจสอบภาพจากกล้อง) ทำให้การตัดสินของกรรมการไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ มาเรสก้า จึงมองว่าเป็นความผิดพลาดที่ทำให้ทีมต้องตกรอบ

เอ็นโซ มาเรส ก้า ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า “เราครองเกมได้ดีกว่ามากในครึ่งแรก ในครึ่งหลังพวกเขามีโอกาสยิงไม่กี่ครั้งซึ่งเป็นที่มาของประตูที่เราเสีย” โดยเขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมคิดว่าแฮนด์บอลมันค่อนข้างชัดเจน“ ซึ่งถือเป็นความเห็นที่สะท้อนถึงความรู้สึกผิดหวังของเขากับการตัดสินในจังหวะดังกล่าว

การไม่มีการใช้ VAR ใน เอฟเอ คัพ ในรอบ 4 ทำให้ทีมเชลซีรู้สึกเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะในมุมมองของ มาเรสก้า การตัดสินในจังหวะแฮนด์บอลนี้น่าจะทำให้ทีมได้ประตูคืน และอาจทำให้เกมมีผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป ถ้ามีการใช้ VAR และตรวจสอบภาพเหตุการณ์นี้

การตกรอบจาก เอฟเอ คัพ นับเป็นอีกหนึ่งความพ่ายแพ้ที่เชลซีไม่ต้องการในช่วงเวลานี้ โดยทีมกำลังมองหาผลลัพธ์ที่ดีในการแข่งขันภายใน พรีเมียร์ลีก และ คอนเฟเรนซ์ ลีก ซึ่งยังคงมีโอกาสให้ทีมได้ทุ่มเทเต็มที่เพื่อแย่งชิงตำแหน่งในตาราง

มาเรสก้า ยังได้กล่าวถึงความผิดหวังนี้ว่า “เราพยายามมาที่นี่และเล่นในเกมของเรา เรามีโอกาสอีกหลายครั้งตอนสกอร์ 2-1 ตอนนี้ เราสามารถไปโฟกัสที่พรีเมียร์ลีกและคอนเฟเรนซ์ ลีก” ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่จะเดินหน้าต่อไป และนำทีมกลับมาฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ครั้งนี้ เพื่อไปสู่ความสำเร็จในการแข่งขันที่เหลืออยู่

การตกรอบจาก เอฟเอ คัพ รอบ 4 ทำให้ เชลซี ต้องรับมือกับผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งสำหรับ แฟนบอล และสโมสรที่มีความหวังในทุกรายการที่ทีมลงเล่น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความคาดหวังที่มีต่อนักเตะ และการลงทุนที่สโมสรได้ทำไปในช่วงที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้ยังทำให้หลายคนมองว่า เชลซี ต้องปรับปรุงในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสร้างโอกาสในการทำประตูและการป้องกันลูกโต้กลับที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้การไม่มีการใช้ VAR ในรอบ 4 ของ เอฟเอ คัพ ก็เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเห็นว่าควรมีการปรับปรุงเพื่อความยุติธรรมในการตัดสิน

ในที่สุด เอ็นโซ มาเรสก้า ก็ยอมรับผลการแข่งขันนี้ และกล่าวว่า “เราพยายามที่จะชนะอยู่เสมอ แต่ในทางเดียวกันคุณต้องรับผลที่ตามมาของผลการแข่งขันให้ได้” คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของเขาที่สามารถยอมรับความผิดพลาดและพร้อมที่จะเรียนรู้จากมัน

ความพ่ายแพ้ใน เอฟเอ คัพ ครั้งนี้ยังคงสร้างความโกรธเคืองให้กับทั้ง มาเรสก้า และแฟนบอลของ เชลซี แต่สิ่งสำคัญก็คือการที่ทีมจะต้องกลับมายืนหยัดและมุ่งมั่นเพื่อคว้าโอกาสใน พรีเมียร์ลีก และ คอนเฟเรนซ์ ลีก ต่อไป แน่นอนว่า เชลซี จะต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนี้และปรับปรุงการเล่นให้ดีขึ้น เพื่อที่จะทำให้แฟนบอลและสโมสรมีความหวังในอนาคต 

ข่าวสาร วงการฟุตบอล

Comment & Share

แชร์การวิเคราะห์บอล :

Facebook
Twitter
Telegram
Pinterest

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *